%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a1ฟันปลอม

เชื่อเถอะว่าหนุ่มๆ สาวๆ สมัยนี้หากไม่จำเป็นจริงๆ คงไม่มีใครอยากจะใส่ฟันปลอมอย่างแน่นอน ซึ่งการใส่ฟันปลอมก็จะมีแบบแยกใส่ตามซี่ หรือใส่หมดปาก ซึ่งหากเป็นแบบใส่หมดปากนั้นส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงวัยมากกว่า ทุกคนอาจจะมีฟันแท้เกือบครบแต่เมื่อเวลาผ่านไป ทำให้เริ่มมีการทยอยถอนไปทีละซี่ หรือหลุดร่วงไปตามกาลเวลาและอายุขัย จนในที่สุดบางคนอาจไม่เหลือฟันแท้ จึงจำเป็นต้องทำฟันปลอมขึ้นมาเพื่อช่วยในการบดเคี้ยว ความสวยงามและช่วยในการออกเสียงที่ชัดเจน

 

ใส่ฟันปลอมดีอย่างไร??

การใส่ฟันปลอมจะสามารถช่วยลดหรือช่วยในการป้องกันการเสื่อมสภาพที่อาจจะเกิดขึ้นกับอวัยวะที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบดเคี้ยว อย่างการถอนฟันไปเพียงซี่เดียวแต่อาจส่งผลทำให้ฟันข้างเคียงล้มได้ ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างซอกฟัน เมื่อรับประทานอาหารเข้าไป ก็จะทำให้เศษอาหารเข้าไปติดตามซอกฟันและเป็นสาเหตุให้เกิดฟันผุตามมา ทำให้เหงือกมีอาการอักเสบและเกิดโรคปริทันต์ตามมา ฟันคู่สบก็จะเกิดการยื่นออกไปในช่องว่างของขากรรไกรฝั่งตรงข้ามได้ ส่วนในคนที่ถอนฟันหลังไปหมด ก็จะเกิดปัญหาจากการพยายามใช้ฟันหน้ามาบดเคี้ยวอาหารแทน ทำให้ปลายฟันหน้าสึก ทั้งฟันบน/ล่างหรือฟันหน้าล่างอาจไปกัดโดนเพดานทำให้เจ็บเหงือกได้ ซึ่งถ้าทำฟันปลอมเพื่อให้มีฟันหลังบดเคี้ยวแทน ก็จะทำให้ปัญหานี้ทุเลาหรือหมดไปได้

การใส่ฟันปลอมชนิดถอดได้ จะเหมาะในรายที่ไม่สามารถทำฟันปลอมชนิดติดแน่นได้ เช่น ฟันหลักด้านท้ายไม่มี ทำให้ไม่มีฟันหลักด้านหลังเพื่อยึดสำหรับทำสะพานฟัน หรือผู้ที่อยู่ในช่วงที่ถอนฟันไปใหม่ๆ เหงือกยังไม่ยุบสนิทดี หากรีบทำฟันปลอมชนิดติดแน่นไป เมื่อแผลหายสนิท อาจทำให้ช่องว่างใต้ฟันปลอมชนิดติดแน่นที่ทำไปได้

 

ใส่ฟันปลอมอย่างไรไม่ให้เกิดอันตราย

การใส่ฟันปลอมหากใส่ไม่ถูกวิธีหรือดูแลรักษาฟันที่เหลืออยู่ได้ไม่ดี ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อฟันที่เหลืออยู่ เพราะช่วงระหว่างรอยต่อของฟันปลอมและฟันธรรมชาติหรือในบางครั้งทันตแพทย์อาจจะพิจารณาใส่ตะขอโลหะมาเกี่ยวกับฟันธรรมชาติ อาจทำให้มีเศษอาหารติดอยู่แล้วทำความสะอาดได้ไม่ดีพอ ก็จะทำให้เกิดฟันผุตามมาได้ ส่วนบริเวณที่เป็นฟันปลอมปิดทับอย่างเพดาน ขอบเหงือก ก็จะทำให้ขาดการกระตุ้นและทำความสะอาดยากก่อให้เกิดการอักเสบได้เช่นกัน

 

ดูแลฟันปลอมให้ถูกสุขลักษณะได้อย่างไร

ใครที่ใส่ฟันปลอมแบบถอดได้ คงจะต้องได้รับคำแนะนำดีๆ จากทันตแพทย์ในการดูแลรักษาความสะอาดอย่างถูกต้องและถูกลักษณะมาบ้าง ซึ่งในการทำความสะอาดฟันปลอม จะต้องใช้แปรงสีฟันขนอ่อนขัดตัวฟันปลอมให้สะอาด โดยใช้ยาสีฟันสำหรับฟันปลอม น้ำสบู่หรืออาจจะใช้น้ำยาล้างฟันปลอมโดยเฉพาะ ทำการขัดถูให้คราบอาหารออกให้หมด ทั้งตัวฟันและฐานฟัน แล้วล้างออกให้สะอาด ในกรณีที่ใช้ฟันปลอมมีฐานแบบนิ่ม เวลาทำความสะอาดหากใช้น้ำยาล้างฟันปลอมบางตัวอาจมีผลต่อวัสดุของพื้นนิ่มได้ ควรสังเกตจากฉลากคำแนะนำวิธีใช้ให้ละเอียด หรือลองปรึกษาทันตแพทย์ให้แน่ใจ  ก่อนนอนทันตแพทย์จะแนะนำให้ถอดแช่น้ำไว้เพื่อให้เหงือกได้พัก และเป็นการลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นที่มาของกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ เพราะฟันปลอมก็เหมือนฟันตามธรรมชาติที่สามารถมีคราบหินปูนและคราบอาหารต่างๆ ที่จะมาเกาะติดทำให้เกิดการสะสม ส่งผลทำให้ฟันปลอมดูไม่สะอาด  ซึ่งการใช้แปรงขัดถูบางครั้งก็ไม่สามารถขจัดคราบออกได้ อาจต้องให้ทันตแพทย์ช่วยทำความสะอาดขจัดออกให้เช่นเดียวกับฟันธรรมชาตินั่นเอง

 

ถึงแม้ว่าจะใส่ฟันปลอมแล้วก็ตาม แต่ต้องมาให้ทันตแพทย์ตรวจทุกๆ 6 เดือน เพื่อจะตรวจฟันและบริเวณเหงือกที่รองรับฟันปลอมและทำการตรวจลิ้น หากพบมีฟันผุ แผลหรืออาการอักเสบจากฟันปลอมจะได้สามารถแก้ไขได้ทัน

ฟันปลอมนั้นออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่ทดแทนฟันแท้ที่ถอนออกไป จึงควรใจใส่หมั่นทำความสะอาดดูแลฟันปลอมให้ดี ส่วนฟันปลอมแบบติดแน่น ก็ควรทำความสะอาดเหมือนกับฟันจริงๆ โดยใช้ยาสีฟันและใช้ไหมขัดฟันตามที่ทันตแพทย์แนะนำ และหมั่นทำความสะอาดเป็นประจำจะได้ยืดอายุการใช้งานฟันปลอมให้นานออกไป